เมื่อเกิดความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สิ่งสำคัญที่สุดที่ครอบครัวต้องทำคือ การตั้งสติ และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายให้ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด เพื่อประโยชน์ในการจัดการศพและเอกสารสำคัญต่างๆ
โดยมีขั้นตอนปฏิบัติหลักดังนี้:
1. การแจ้งตายตามแต่ละกรณี ขั้นตอนแรกคือการแจ้งการตายเพื่อขอรับเอกสารยืนยัน ซึ่งวิธีปฏิบัติจะแตกต่างกันไปตามสถานที่เสียชีวิต:
เสียชีวิตในโรงพยาบาล: แพทย์จะออก หนังสือรับรองการตาย (ใบ ท.ร. 4/1) ให้แก่ญาติหลังจากยืนยันการเสียชีวิตแล้ว (มักใช้เวลาสังเกตอาการประมาณ 2 ชั่วโมง)
,
เสียชีวิตที่บ้าน (ตายตามธรรมชาติ): ให้แจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในท้องที่ เพื่อออก ใบรับแจ้งการตาย (ท.ร. 4 ตอนหน้า)
,
แต่หากเป็นการตายจากโรคประจำตัวที่เคยรักษาในโรงพยาบาล ญาติอาจติดต่อโรงพยาบาลเดิมเพื่อขอใบ ท.ร. 4/1 ได้
เสียชีวิตนอกบ้านหรือตายผิดธรรมชาติ: หากพบศพในที่สาธารณะ หรือตายด้วยอุบัติเหตุ/ถูกฆาตกรรม ต้องแจ้งตำรวจทันทีเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพและออกหลักฐานการชันสูตรก่อนดำเนินการขั้นต่อไป
2. เอกสารที่ต้องเตรียม เมื่อได้ใบรับรองจากแพทย์หรือผู้ใหญ่บ้านแล้ว ญาติต้องนำหลักฐานไปยื่นต่อนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขต เพื่อขอออก ใบมรณบัตร โดยต้องเตรียมเอกสารดังนี้
,
:
หนังสือรับรองการตาย (ท.ร. 4/1) หรือ ใบรับแจ้งการตาย (ท.ร. 4 ตอนหน้า)
บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียชีวิต และของผู้แจ้งตาย
สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่มีชื่อผู้เสียชีวิต
,
3. กำหนดเวลาที่ต้องดำเนินการ ตามกฎหมายต้องแจ้งตายภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตายหรือพบศพ
,
หากอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารหรือเดินทางลำบาก อาจขยายเวลาได้ไม่เกิน 7 วัน แต่หากแจ้งเกินกำหนดอาจมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
4. ผลลัพธ์และการดำเนินการสุดท้าย เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบเอกสารเรียบร้อย จะทำการจำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้านโดยประทับตราคำว่า "ตาย" ด้วยสีแดงไว้หน้ารายการคนตาย และออก ใบมรณบัตร ให้แก่ญาติเป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งตาย
,
การเตรียมเอกสารให้พร้อมและทำตามกำหนดเวลา จะช่วยให้ขั้นตอนทางกฎหมายครั้งสุดท้ายที่ทำเพื่อผู้ล่วงลับนั้นเป็นเรื่องง่ายและไม่ยุ่งยาก
,