และ "วันดี" เพื่อให้ผู้ตายไปสู่สุคติและผู้ที่อยู่เบื้องหลังมีความสุข ความเชื่อที่สำคัญคือห้ามเผาผีวันเสาร์ โดยเฉพาะหากตรงกับวันเก้ากอง หรือวันไหม้ และนิยมเลือกวันที่มีเลขมงคล โดยมักจะให้พระหรือปราชญ์ท้องถิ่นดูฤกษ์เพื่อความถูกต้อง
วันเก้ากอง (วันเสีย): เป็นวันที่โบราณล้านนาห้ามทำการฌาปนกิจเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าเป็นวันแห่งความหายนะ
วันไหม้ (วันเสีย): วันที่ห้ามทำการฌาปนกิจ
ตายวันเสาร์เผาวันอังคาร: มีความเชื่อว่าเป็นวันแข็งทั้งคู่ ผีแรง จึงมักห้ามเผา
คำพูดติดปาก: "วันเสีย วันม้วยเก้าก๋อง สิบบ่ดีเข้าเก้าบ่ดีออก" หมายถึงห้ามทำพิธีใหญ่ๆ ในวันเหล่านี้
การหาฤกษ์: ชาวล้านนานิยมให้พระสงฆ์หรือปราชญ์ชาวบ้านดูปฏิทินล้านนา (ปฏิทินเมือง) เพื่อหา "มื้อจั๋นวันดี" ที่ไม่ตรงกับวันเสีย
เลขมงคล: มักนิยมเลข 9 (ก้าวหน้า) โดยเชื่อว่าเป็นเลขที่เป็นสิริมงคลที่สุดสำหรับการเริ่มต้นใหม่หรือการเปลี่ยนผ่าน
มีหญิงตุ๊กกะต้ะยากจนข้นแค้นคนหนึ่ง รูปงามชื่อว่า นางสัปป๊ะแจ๊ะ (นางสรรพแฉะ)คือแฉะอยู่ตลอดเวลาว่างั้นเถอะ นางมีสามี 7 คนด้วยกัน แต่ละคนมีลักษณะเหมือนกันทุกๆคนดังหลอมหล่อจากเบ้าเดียวกันคือหัวล้านเหมือนกันหมด ลักษณะผมเผ้ามันเหมือนกันจริงๆจริ๊ง
วันหนึ่งนางไปเก็บเห็ดมาจากป่าเลี้ยงผัว เมื่อผัวทั้งเจ็ดกินแกงเห็ดพากันตายทั้ง 7คนนอนกองเรียงกันบนเติ๋น(โถงบ้าน) เมื่อเหตุการณ์ขึดเกิดขึ้นดังนั้น นางจึงบอกกับตัวเองว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ้างสัปเหร่อเผาศพสามีถึง 7คน ต้องเสียเงินมากมาย คิดได้แล้วนางจึงรีบลากศพสามี 6 คนไปซ่อนไว้ในห้องเหลือเพียง 1 ศพที่กลางเติ๋น แล้วไปบอกสัปเหร่อว่าต้องเผาศพผัวให้ไหม้เกรียมจริง เพราะก่อนตายผัวบอกแกว่า เขารักเมียมากแม้จะเผาที่ไหน ผีเขาก็จะกลับมาอยู่กับเมียตลอดไป เมื่อเสร็จสิ้นเผาศพสามีแล้วจะเอาเงินค่าจ้างให้
สัปเหร่อจึงรีบแบกศพสามีคนที่หนึ่งไปเผาจนไหม้สิ้นซาก ส่วนนางสัปป๊ะแจ๊ะก็รีบลากศพผัวคนที่สองมาวางไว้แทนตรงศพที่หนึ่งนอนอยู่ เมื่อสัปเหร่อกลับมาจะเอาเงิน นางชี้ไปยังศพว่าเห็นไหม? ผัวกลับมาบ้านอีกแล้ว ให้สัปเหร่อนำเอาศพผัวไปเผาให้หมดจนได้ เมื่อสัปเหร่อแบกศพผัวคนที่สองลงเรือนนางก็ลากศพผัวคนที่สามมาวางแทนที่ศพผัวคนที่สอง เมื่อสัปเหร่อกลับมานางก็บอกว่าเห็นไหมผัวยังกลับมาบ้านได้อีก สัปเหร่อดูศพแล้วก็หัวล้านเหมือนคนแรกและคนที่สองก็นึกว่าผัวนางกลับมาจริงๆ จึงแบกศพกลับไปเผาอีก ส่วนนางก็ลากเอาศพที่สี่ ห้า หก เจ็ดมาวางแทนที่ศพก่อนๆ สัปเหร่อกลับมาเห็นก็ต้องกลับเอาศพไปเผาอีกจนถึงศพที่เจ็ด สัปเหร่อโกรธมาก เพราะเหนื่อยอ่อนต้องเผาศพตลอดวัน ถึงศพที่เจ็ดจึงเพิ่มฟืนให้มากไฟลุกท่วมศพจนเกรียม ขณะเดียวกันสัปเหร่อก็เตรียมท่อนฟืนไว้เป็นอาวุธรอทุบหัวผีหากมันฟื้นคืนมาต้องเอากันให้แหลกไปข้าง อย่าให้ผีมันกลับบ้านหาเมียมันเลย
ขณะนั้นเองมีชายเผาถ่านหน้าตามอมแมมอิดโรยจากการเผาถ่าน ลักษณะหัวล้าน เดินออกมาจากป่าข้างกองไฟเผาผี สัปเหร่อเห็นคนหัวล้านก็นึกว่าผีผัวคนที่เจ็ดลุกมาจากกองไฟจึงรีบจะเอาท่อนฟืนเข้าตีหัว แต่ชายเผาฟืนเป็นคนมีเจิง(ชั้นเชิง)หลบทันรีบกอดรัดต่อสู้ป้องกันตัวเพราะไม่รู้ว่าทำไมตนเองต้องมาถูกตีถูกทำร้ายเพิ่งเผาถ่านมาแท้ๆ เวรกรรมรึไง?? อะไร?เอาฟืนมาทุบหัวตู? บ้าก็บ้าวะ? การต่อสู้กอดรัดกันตกในกองไฟตายตามกันไปทั้งสองคน
เป็นอันว่าวันนั้นกองไฟกองเดียวต้องเผาศพไปทั้งหมดเก้าศพ โดยมีผัวนางสับป๊ะแจ๊ะ 7 ศพ สัปเหร่อ 1 ศพ และคนเผาถ่าน(เจ้ากรรมแท้ๆคนล้านนาว่าต๋ายบ่เข้าพริกเข้าเกลื๋อคือตายเปล่าๆปลี้ๆ)อีก 1 ศพ รวม 9 ศพ พอดีๆ คนล้านนาเรียกวันนี้ว่าวันเก้าก๋อง ห้ามเสียผีหรือเผาศพในวันนี้(เห็นไหม ใครว่าเลข 9 เป็นเลขมงคล เรื่องนี้อัปมงคลชัดๆ)
เมื่อจะเผาศพคนล้านนาจะไปถามพระ ปราชญ์เพื่อหามื้อจั๋นวันดี วันเสีย วันจม การคำนวณหาวันไหนเป็นวันเก้าก๋อง อันนี้มีตำรา เพราะพื้นฐานมาจากความเชื่อทางล้านนาซึ่งสืบทอดจากตำราพม่า มอญ ไต หลากหลายตำราหากเผาผีในวันนี้เชื่อว่าจะทำให้คนตายตามกันมาอีกหลายๆศพ เรื่องวันเก้าก๋องก็จบลงแลนายเฮย...
ข้อห้าม: ในวันเก้าก๋อง ชาวล้านนาเชื่อว่าสามารถทำงานมงคลอื่นๆ ได้ตามปกติ แต่ "ห้ามเผาศพ" อย่างเด็ดขาด
การนับวัน: วันเก้าก๋องจะถูกระบุไว้ใน "ปฏิทินล้านนา" หรือ "มื้อจั๋นวันดี" ซึ่งสัปเหร่อและญาติผู้ล่วงลับมักจะตรวจสอบก่อนกำหนดวันฌาปนกิจ
ความเชื่อทางสถิติ: ตามสถิติความเชื่อโบราณ หากฝืนเผาศพในวันนี้ มักจะมีเหตุการณ์คนตายติดต่อกันในเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นกุศโลบายหนึ่งในการระวังภัยและเคารพกฎเกณฑ์ของชุมชน [1, 2, 3]
หากคุณต้องการตรวจสอบว่า วันไหนเป็นวันเก้าก๋อง ในเดือนนี้ สามารถเช็กได้จาก ปฏิทินล้านนาออนไลน์ หรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านพิธีกรรมในพื้นที่ภาคเหนือครับ