การจุดพลุหรือที่ชาวล้านนาเรียกว่า "บอกไฟ" ในงานพิธีศพ มิได้เป็นเพียงการสร้างสีสันหรือความครึกครื้นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นประเพณีเก่าแก่ที่หยั่งรากลึกในความเชื่อเรื่องความเป็นความตายที่เรียกว่า "การส่งสการ" ซึ่งหมายถึงการเผาศพเพื่อส่งดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับให้เดินทางไปสู่ภพภูมิที่ดีหรือสรวงสวรรค์ชั้นฟ้าอย่างสมเกียรติ
ความเชื่อและสัญลักษณ์แห่งการนำทาง
ในทัศนะของชาวล้านนา เสียงอันกึกก้องและแสงสว่างโชติช่วงของบอกไฟมีนัยสำคัญหลายประการ:
การแจ้งข่าวต่อเทพยดา: เสียงดังกังวานถูกเชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณแจ้งข่าวแก่เทพยดาและบรรพบุรุษบนสวรรค์ รวมถึง "พญาแถน" ผู้ดูแลฟ้าฝน เพื่อให้ทราบว่ามีดวงวิญญาณคนดีกำลังจะเดินทางกลับไปสู่สัมปรายภพ และขอให้เหล่าเทพช่วยเปิดทางและรับขวัญวิญญาณนั้น
ความเชื่อและสัญลักษณ์แห่งการนำทาง
ในทัศนะของชาวล้านนา เสียงอันกึกก้องและแสงสว่างโชติช่วงของบอกไฟมีนัยสำคัญหลายประการ:
การแจ้งข่าวต่อเทพยดา: เสียงดังกังวานถูกเชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณแจ้งข่าวแก่เทพยดาและบรรพบุรุษบนสวรรค์ รวมถึง "พญาแถน" ผู้ดูแลฟ้าฝน เพื่อให้ทราบว่ามีดวงวิญญาณคนดีกำลังจะเดินทางกลับไปสู่สัมปรายภพ และขอให้เหล่าเทพช่วยเปิดทางและรับขวัญวิญญาณนั้น
ภูมิปัญญาของ "สล่าบอกไฟ"
หัวใจสำคัญของประเพณีนี้คือ "สล่าบอกไฟ" หรือช่างทำดอกไม้ไฟพื้นบ้านผู้เชี่ยวชาญ
บอกไฟล้านนาดั้งเดิมมักทำจากกระบอกไม้ไผ่ บรรจุด้วยดินปืนหรือ "ดินดำ" สูตรเฉพาะที่ต้องอาศัยทักษะความรู้ขั้นสูงในการผสมและบรรจุ เพื่อให้เกิดเสียงที่ดังสนั่นและแสงที่สวยงามตามต้องการ
ปัจจุบันแม้จะมีพลุสำเร็จรูปเข้ามาแทนที่มากขึ้น แต่บทบาทของสล่าผู้ควบคุมความปลอดภัยและรักษาขนบธรรมเนียมยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
กุศโลบายด้านการจัดการและคติธรรม
นอกจากเรื่องความเชื่อแล้ว การจุดบอกไฟยังเป็นกุศโลบายในการบริหารจัดการงานศพ โดยใช้เสียงเป็นสัญญาณบอกลำดับพิธีการ
:
นัดที่ 1 (พลุเปิดงาน): เพื่อแจ้งให้แขกทราบว่าพิธีการทางศาสนากำลังจะเริ่ม
นัดที่ 2 (พลุเคลื่อนศพ): เป็นสัญญาณว่าขบวนศพกำลังเริ่มเคลื่อนย้ายไปยังป่าช้าหรือเมรุ,
นัดที่ 3 (พลุเผาศพ): แจ้งว่าพิธีเผาสิ้นสุดลงแล้ว เป็นการส่งวิญญาณอย่างสมบูรณ์
ในขณะที่เสียงบอกไฟดังขึ้นเพียงชั่วครู่แล้วมอดดับไป สิ่งนี้ยังแฝงด้วย "ธรรมะเตือนใจ" ให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ตระหนักถึงความไม่เที่ยงแท้ของสรรพสิ่ง (อนิจจัง) ว่าชีวิตนั้นสั้นและแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดาของโลก
บทสรุป
ประเพณีการจุดบอกไฟส่งสการจึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานทั้งความเชื่อทางศาสนา ตำนานพื้นบ้าน และภูมิปัญญาช่างไว้อย่างลงตัว แม้ในปัจจุบันจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและระเบียบของชุมชนมากขึ้น แต่เสียงและแสงของบอกไฟยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูและการส่งต่อความหวังว่า ดวงวิญญาณที่จากไปจะได้พบกับความสงบสุข ณ ปลายทางแห่งแสงสีและเสียงนั้นอย่างแท้จริง